คำถามที่เจ้าของร้านถามตัวเองบ่อยที่สุดคือ "ขายเท่านี้พอไหม" คำตอบมีสูตรตายตัว ใช้เลขไม่กี่ตัว และคำนวณได้ในห้านาที บทความนี้ไล่ทีละขั้นด้วยร้านกาแฟจริงหนึ่งร้าน

จุดคุ้มทุนคืออะไร

คือจำนวนที่ต้องขายให้ได้ก่อน ถึงจะเริ่มมีกำไร ชิ้นที่ขายได้ก่อนถึงจุดนี้ไม่ได้เข้ากระเป๋าเลยสักบาท มันไปจ่ายค่าเช่ากับค่าแรงจนหมด

กำไรส่วนเกินต่อชิ้น = ราคาขาย − ต้นทุนผันแปรต่อชิ้น
จุดคุ้มทุน = ค่าใช้จ่ายคงที่ต่อเดือน ÷ กำไรส่วนเกินต่อชิ้น

ขั้นที่ 1 แยกค่าใช้จ่ายสองแบบ

นี่คือขั้นที่คนพลาดมากที่สุด เพราะถ้าแยกผิดตั้งแต่แรก ตัวเลขที่ได้จะไม่มีความหมาย

ค่าใช้จ่ายคงที่ค่าใช้จ่ายผันแปร
จ่ายเท่าเดิมไม่ว่าจะขายได้กี่แก้ว
ค่าเช่า เงินเดือนประจำ ค่าเน็ต ค่าเสื่อมเครื่องชง
เพิ่มตามจำนวนที่ขาย
เมล็ดกาแฟ นม แก้ว ฝา หลอด ค่าธรรมเนียมรับเงิน

ขั้นที่ 2 ตัวอย่างร้านกาแฟจริง

ร้านกาแฟห้องแถวหนึ่งคูหาในย่านออฟฟิศ เปิดเดือนละ 26 วัน มีพนักงานหนึ่งคน เจ้าของยืนชงเองด้วย ตัวเลขจริงของร้านเป็นแบบนี้

ค่าใช้จ่ายคงที่ต่อเดือน

ค่าเช่าที่15,000
เงินเดือนพนักงาน 1 คน12,000
เงินเดือนเจ้าของ (ที่ควรได้)15,000
ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเน็ต4,000
ค่าเสื่อมเครื่องชง 80,000 หาร 5 ปี1,300
รวม47,300

สังเกตว่ามี เงินเดือนเจ้าของ อยู่ด้วย ร้านส่วนใหญ่ไม่ใส่ข้อนี้ แล้วสรุปว่ามีกำไร ทั้งที่ถ้าจ้างคนอื่นมาทำแทนจะขาดทุนทันที และมี ค่าเสื่อมเครื่องชง เพราะวันที่เครื่องพังต้องมีเงินซื้อใหม่

ต้นทุนผันแปรต่อแก้ว

ของเสียคิดแบบหาร ไม่ใช่บวกเพิ่ม — ถ้าเสีย 5% แปลว่าของที่ซื้อมาใช้ได้จริง 95% จึงต้องหารด้วย 0.95 ไม่ใช่คูณ 1.05

เมล็ดกาแฟ 18 กรัม (กิโลละ 450)8.10
นมสด 150 มล. (ลิตรละ 52)7.80
แก้ว ฝา หลอด4.50
น้ำแข็ง ไซรัป เฉลี่ย2.60
เผื่อของเสีย 5% — หารด้วย 0.951.21
รวม24.21

คำนวณ

ร้านนี้ขายเฉลี่ยแก้วละ 65 บาท

กำไรส่วนเกินต่อแก้ว = 65 − 24.21 = 40.79 บาท
จุดคุ้มทุนต่อเดือน = 47,300 ÷ 40.79 = 1,160 แก้ว
จุดคุ้มทุนต่อวัน = 1,160 ÷ 26 = 45 แก้ว

แปลว่าร้านนี้ต้องขายให้ได้วันละ 45 แก้วถึงจะเท่าทุน แก้วที่ 46 เป็นต้นไปถึงจะเริ่มเป็นกำไร แก้วละ 40.79 บาท

ขั้นที่ 3 อ่านผลให้เป็น

45 แก้วต่อวันคือราว 6 แก้วต่อชั่วโมงถ้าเปิด 8 ชั่วโมง ฟังดูไม่ยาก แต่ความจริงคือลูกค้าไม่ได้มาเรื่อย ๆ ทั้งวัน ส่วนใหญ่กระจุกตัวช่วงเช้ากับบ่าย

ลองคำนวณสามสถานการณ์ดู

ขายได้วันละผลต่อเดือน
35 แก้วขาดทุนราว 10,200 บาท
45 แก้วเท่าทุนพอดี
60 แก้วกำไรราว 16,300 บาท
80 แก้วกำไรราว 37,500 บาท

จะเห็นว่าช่วงระหว่าง 35 ถึง 60 แก้วคือความต่างระหว่างขาดทุนหมื่นกับกำไรหมื่นหก ต่างกันแค่วันละ 25 แก้ว ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมร้านเล็กถึงเปราะบางมาก

สี่ทางที่ลดจุดคุ้มทุนได้

  1. ขึ้นราคา — ขึ้น 5 บาทต่อแก้ว จุดคุ้มทุนลดจาก 45 เหลือ 41 แก้ว
  2. ลดต้นทุนต่อแก้ว — เปลี่ยนแหล่งซื้อแก้วให้ถูกลง 1 บาท ลดได้ราว 1 แก้ว
  3. ลดค่าใช้จ่ายคงที่ — ได้ผลแรงที่สุด ลดค่าเช่าได้ 3,000 จุดคุ้มทุนลดทันที 3 แก้ว
  4. เพิ่มยอดต่อบิล — ขายขนมคู่กาแฟ ทำให้ลูกค้าคนเดิมจ่ายมากขึ้นโดยไม่ต้องหาลูกค้าใหม่

ข้อ 4 มักได้ผลเร็วที่สุดสำหรับร้านที่เปิดแล้ว เพราะไม่ต้องไปแย่งลูกค้าใหม่มาจากไหน

ข้อควรระวัง

ตัวเลขนี้คำนวณจากวันปกติ แต่เดือนที่ฝนตกครึ่งเดือนยอดจะหายไป 30–40% ลองคำนวณซ้ำด้วยยอดที่ต่ำกว่าจริง 30% ดูว่ายังรอดไหม ถ้ารอดแปลว่าโมเดลแข็งแรงพอ

และจุดคุ้มทุนไม่ใช่เป้าหมาย มันคือเส้นที่ห้ามอยู่ต่ำกว่า เป้าหมายจริงควรอยู่เหนือเส้นนี้อย่างน้อย 40–50% เพื่อให้มีเงินเหลือไว้ซ่อมของ ขยายร้าน และรับมือเดือนที่ขายไม่ดี